6 วิธีรักษาหลุมสิว ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน

237
6 วิธีรักษาหลุมสิว

หลุมสิว คือเรื่องใหญ่ของใครหลายๆคน เพราะปัญหาผิวหน้าไม่เรียบเป็นสิ่งที่ให้สาวๆ แต่งหน้าไม่สวยไม่เรียบเนียน แป้งไม่ติด ในส่วนของหนุ่มๆ จะเผยผิวใสก็ไม่กล้าเพราะบรรดาหลุมๆ บนผิวหน้าไม่เป็นใจเอาเสียเลย สาเหตุของผิวหน้าไม่เรียบส่วนใหญ่เกิดจากสิวที่สร้างรอยแผลเป็นที่ทิ้งเอาไว้หลังสิวหาย ลุมบนผิวหน้าส่วนใหญ่เกิดจากการอักเสบของสิว การอักเสบที่ลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ทำให้คอลลาเจน (Collagen) ในส่วนนั้นถูกทำลายไป เมื่อการอักเสบหายไปแต่กลับไม่มีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาซ่อมแซม หรือการซ่อมแซมเป็นไปได้ช้าจนในที่สุดก็กลายเป็นพังผืด เป็นหลุมบนผิวหน้าทำให้ผิวหน้าไม่เรียบนี้ถือเป็นปัญหาสำหรับหลายๆ คนเลยก็ว่าได้

ประเภทหลุมสิว

โดยจะแบ่งหลุมสิวออกเป็น 3 ประเภท เพื่อให้ง่ายต่อการแบ่งประเภทการรักษา

  1. Rolling scar เป็นหลุมสิวแบบที่ตื้นอาจมีขนาดกว้างแต่ไม่ลึกถึงชั้นหนังแท้ เป็นหลุมสิวประเภทที่รักษาได้ง่ายกว่าอีก 2 ประเภทต่อไป หลุมสิวประเภทนี้เกิดจากการแกะเกาผิวหน้า
  2. Box scar เป็นหลุมลึกกว่า Rolling scar มีขอบเขตชัด ก้นหลุมไม่ลึกถึงรูขุมขนหรือชั้นหนังแท้เกิดจากสิวอักเสบหรือรอยโรค เช่น สุกใส
  3. Ice pick scar เป็นหลุมชนิดปากแคบแต่มีความลึกถึงรูขุมขน หลุมชนิดนี้เกิดจากการกดหรือบีบสิวอุดตัน มีการทำลายลึกลงไปถึงชั้นผิวหนังแท้ ทำให้ส่วนผลิตคอลลาเจนหายไปด้วย หลุมชนิดนี้รักษายากและดีขึ้นช้ามากคะ

วิธีรักษาหลุมสิว

รักษาหลุมสิว

  1. การลอกผิวด้วยกรดผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นกรด ไม่ว่าจะเป็น AHA, BHA, PHA เพื่อเป็นการช่วยทำให้เซลล์ผิวหนังด้านบนหลุดออก และเกิดการซ่อมแซมและทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นให้ผิวกลับมาดีขึ้น
  2. กรดวิตามินเอ สำหรับใครที่กลัวการเป็นสะเก็ดและไม่รีบร้อนในการรักษา คุณสามารถใช้ยาทาอีกตัวที่ช่วยให้หลุมดูตื้นขึ้นมาได้ นั่นก็คือ “กรดวิตามินเอ” โดยนำมาทาบนรอยหลุมเพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และยังสามารถทาได้บ่อยกว่ากรด TCA อีกด้วย โดยสามารถทาได้อาทิตย์ละ 2 ครั้งนั้นเอง
  3. ทายาในกลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ เช่น Retin A เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
  4. ทาครีมลบรอยแผลเป็น การทาครีมลบรอยแผลเป็นและริ้วรอยที่มีส่วนผสมของวิตามินอี, AHA, BHA ก็สามารถช่วยกระตุ้นนการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังได้เช่นกัน
  5. สกินแคร์ต่าง ๆ นอกจากตัวยาที่กล่าวมา สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินอี และ BHA ก็สามารถช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวได้ด้วย เพราะมันจะสามารถช่วยทำให้ผิวเนื้อค่อย ๆ ตื้นขึ้นจนเป็นที่น่าพึงพอใจ
  6. ฉีดฟิลเลอร์เติมหลุมสิว เป็นอีกวิธีที่เหมาะสมกับการรักษาหลุมสิวระดับทั่วไปในระดับตื้นถึงลึกปานกลาง ฟิลเลอร์ (Filler) นั้นเป็นชื่อที่ใช้เรียกแทน “สารเติมเต็ม” โดยสารที่นิยมนำมาใช้กันมากก็คือ ไฮยาลูรอนิก เอซิด (Hyaluronic Acid) เนื่องจากจะก่อให้เกิดอาการแพ้น้อยกว่าคอลลาเจน ส่วนใหญ่แล้วการรักษาด้วยวิธีนี้จะค่อนข้างได้ผลประมาณ 30-70% เลยทีเดียว เพราะมันเป็นการฉีดสารเข้าไปเพื่อเติมเต็มรอยหลุมในทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้ร่างกายสร้างเนื้อขึ้นมาเอง แต่การฉีด 1 ครั้งจะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี เพราะมันเป็นสารที่สามารถเสื่อมสลายไปได้เอง ไม่ได้อยู่คงทนถาวร

area :
decription : วันนี้เรามี 6 วิธีรักษาหลุมสิวให้ดูจางและตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถววิธการทำยังง่ายนิดเดียวไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ทุกคน โดยจะแบ่งหลุมสิวออกเป็น 3 ประเภท 1. Rolling scar เป็นหลุมสิวแบบที่ตื้น 2. Box scar เป็นหลุมลึกกว่า Rolling scar 3. Ice pick scar เป็นหลุมชนิดปากแคบแต่มีความลึกถึงรูขุมขน โดยวิธีรักษาหลุมสิว 1 การลอกผิวด้วยกรดผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นกรด 2 กรดวิตามินเอ 3 ทายาในกลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ เช่น Retin A 4ทาครีมลบรอยแผลเป็น 5สกินแคร์ต่าง ๆ เพียงแค่นี้ก็สามารถรักษาหลุมสิวได้แล้ว